เบลเยียมยัน เดอบรอยน์-วิตเซลอดพบรัสเซียเปิดยูโร2020

เบลเยียมยัน

เบลเยียมยัน คอนเฟิร์มแล้ว เควิน เดอ บรอยน์ ชวดลงเล่น ยูโร 2020 ครั้งแรกแน่ๆ ข้างหลังไม่ได้เดินทางไปรัสเซีย ร่วมกับกลุ่มชาติเบลเยียม

เบลเยียมยัน กลุ่มชาติเบลเยียม จะไม่มี เควิน เดอ บรอยน์ และก็ อักเซล วิตเซล สองมิดฟิลด์ตัวเก่ง ลงพบกลุ่มชาติรัสเซีย ในศึกบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป “ยูโร 2020” รอบแบ่งกลุ่ม กรุ๊ป บี ครั้งแรก วันเสาร์ที่ 12 เดือนมิถุนายนนี้

เบลเยียมยัน

เดอ บรอยน์ เจ็บกระดูกจมูกหัก แล้วก็เบ้าตาซ้ายแตกจากเกมที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แพ้ เชลซี 0-1 ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดหมายชิงแชมป์ เมื่อวันเสาร์ที่ 29 เดือนพฤษภาคม ก่อนหน้าที่ผ่านมา ทำให้จำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัดเล็กที่เบ้าตา แฮนด์บอล

ส่วน วิตเซล กำลังอยู่ในตอนพักฟื้นจากการบาดเจ็บเอ็นร้อยหวาย นำมาซึ่งการทำให้มิได้ร่วมเดินทางกับกลุ่มไปประเทศรัสเซีย เพื่อลงเตะครั้งแรกกับกองทัพ “หมีขาว” เหมือนกับ เดอ บรอยน์

กลุ่มชาติเบลเยียม แถลงผ่าน ทวิตเตอร์ เมื่อวันศุกร์ที่ 11 เดือนมิถุนายน ที่ผ่านมาว่า “อักเซล วิตเซล และก็ เควิน เดอ บรอยน์ มิได้เดินทางไปรัสเซีย พวกเขายังอยู่ที่แคมป์เก็บตัวฝึกฝนในเบลเยียม เพื่อพักฟื้นจากการบาดเจ็บของพวกเขาถัดไป”

นับเป็นเกียรติขั้นที่ยิ่งใหญ่สำหรับ เควิน เดอ บรอยน์ กองกลางคนเก่งของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ภายหลังที่เขาได้คะแนนโหวตจากเพื่อนฝูงพ่อค้าลำแข้งร่วมกันให้เป็นคนได้รางวัลนักฟุตบอลดีเยี่ยมที่สุดประจำฤดู 2020-21 ของสัมพันธ์นักเตะอาชีพอังกฤษ (พีเอฟเอ) ภายหลังที่ทำผลงานได้สะดุดตากระทั่งมีส่วนทำให้กลุ่มได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก ไปเชยชม

นี่ทำให้ เดอ บรอยน์ ได้รางวัลอันมีเกียรตินี้เป็นยุคที่ 2 ต่อเนื่องกัน ซึ่งเขาก็นับว่าเป็นนักฟุตบอลผู้ที่ 3 ในประวัติศาสตร์เพียงแค่นั้นซึ่งสามารถทำแบบงั้นได้ โดยคนแรกเป็น เธียร์รี่ อองรี ที่ทำเป็นกับ อาร์เซน่อล

เบลเยียมยัน

ในช่วงฤดูกาล 2002-03 กับ 2003-04 ส่วนผู้ที่สองเป็น คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่ทำเอาเอาไว้ในตอนเล่นให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในฤดูกาล 2006-07 กับ 2007-08

ดังนี้ วันนี้พวกเราจะฉวยโอกาสนี้มาทดลองเทียบกันสักนิดสักหน่อยว่าผลงานในเกมบุกของ เดอ บรอยน์ สำหรับเพื่อการลงเล่นเกมลีกระหว่างฤดู 2019-20 กับ 2020-21 นั้น มันแตกต่างเพียงใด

เดอ บรอยน์ เป็นนักฟุตบอลที่เล่นได้อีกทั้งตำแหน่งกองกลางตัวกลางและก็ตัวขอบเส้น ซึ่งโน่นทำให้เขามีความรู้ความสามารถสำหรับการเลี้ยงบอลที่สะดุดตาแบบเดียวกัน ซึ่งในช่วงฤดูกาลนี้เขาเลี้ยงบอลผ่านคู่แข่งขันได้เฉลี่ย 1.9 ครั้งต่อเกม โดยเขาทำเป็นดีมากกว่าฤดูกาลที่แล้วที่ทำไป 1.4 คราวต่อนัดหมายด้วย ดูบอลสด

อย่างไรก็แล้วแต่ ถ้าเอ่ยถึงความเหนียวแน่นสำหรับในการครอบครองบอลแล้วล่ะก็ ฤดูกาลที่แล้วตัวรุกชาวเบลเยียมทำเป็นดีมากกว่า ด้วยเหตุว่าฤดูนี้เขาโดนคู่ปรปักษ์ฉกบอลไปจากเท้า 1.3 คราวต่อเกม

ส่วนฤดูกาลที่แล้วโดนไปเพียงแค่ 0.9 ครั้งต่อนัดหมาย แถมฤดูกาลนี้เขายังจับบอลพลาดจนกระทั่งทำให้บอลลั่นไป 1.8 คราวต่อเกมด้วย ต่างกับฤดูก่อนทำไป 1.3 ครั้งต่อนัดหมาย

นี่เป็นจุดเด่นของ เดอ บรอยน์ ด้วยเหตุว่าเขาเลื่องลือประเด็นการปั้นเกมได้ดีเยี่ยมแล้วก็ผ่านบอลได้อย่างยอดเยี่ยมจนถึงนำมาซึ่งการทำให้เพื่อนฝูงร่วมกลุ่มทำแต้มได้แบบไม่จำเป็นต้องใช้ท่ายากเยอะมากอะไรนัก โดยฤดูกาลปัจจุบันเขาทำไป 12 แอสซิสต์ แม้กระนั้นในความเป็นจริงแล้วมันก็เทียบกับฤดูกาลก่อนที่จะทำไปถึง 20 แอสซิสต์มิได้เลย

ยิ่งกว่านั้น ฤดูนี้ เดอ บรอยน์ ยังมีค่าเฉลี่ยการจ่ายบอลที่เป็นจังหวะสำคัญ 3.2 ครั้งต่อเกม ลดน้อยลงจากฤดูกาลก่อนที่จะทำไป 3.9 ครั้งต่อนัดหมายด้วย แถมในฤดูกาลปัจจุบันเขายังครอสบอลตรงเป้า 1.6 ครั้งต่อนัดหมาย ดร็อปลงจากฤดูก่อนที่จะทำไป 2.1 ครั้งต่อเกมอีกต่างหาก เปิดขุมทรัพย์โบนัส

แต่ แม้มองดูที่การส่งบอลโดยรวมแล้วนั้น ผลงานของ เดอ บรอยน์ ใน 2 ฤดูกาลหลังสุดก็ไม่ได้ต่างอะไรกันเยอะแค่ไหนนัก เนื่องจากฤดูนี้เขาผ่านบอลตรงเป้า 81.7 เปอร์เซ็นต์ ในช่วงเวลาที่ฤดูกาลก่อนจำนวนความเที่ยงตรงสำหรับการผ่านบอลของเขาอยู่ในระดับ 81.5 เปอร์เซ็นต์ร่วมกัน

ในช่วงฤดูกาลนี้ เดอ บรอยน์ กลับสามารถยิงตรงกรอบได้หลายครั้งกว่าฤดูกาลก่อน เพราะจำนวนในด้านนี้ของเขาอยู่ที่เฉลี่ย 3.56 ครั้งต่อเกม เวลาที่ฤดูกาลที่แล้วทำไป 3.10 ครั้งต่อนัดหมาย

แต่ว่าในด้านประสิทธิภาพของลูกยิงนั้นแตกต่างอย่างสิ้นเชิงเนื่องจากว่าฤดูกาลนี้เขาแปลงจังหวะยิงตรงกรอบให้เปลี่ยนเป็นประตูได้เพียงแต่ 0.16 ลูกต่อการยิงตรงกรอบ 1 ครั้ง ในตอนที่ฤดูกาลก่อนจำนวนในด้านนี้อยู่ที่ 0.41 ลูกต่อการยิงตรงกรอบ 1 คราว

ดังนี้ ฤดูกาลนี้ เดอ บรอยน์ เลยทำคะแนนในลีกได้เพียงแต่ 6 ลูก ลดลงจากฤดูก่อนที่จะทำไป 13 ประตูเยอะพอสมควร รวมทั้งผลต่างระหว่างประตูที่น่าจะทำเป็น กับจำนวนประตูที่ทำเป็นจริงๆ

ของเขาเลยอยู่ที่ -3.7 (เป็นยิงได้น้อยกว่าที่ต้องเป็นเฉลี่ย 3.7 ลูก) ไปด้วย ทั้งๆที่ฤดูกาลก่อนยังอยู่ในระดับ +5.4 (เป็นยิงได้มากกว่าที่ควรเป็นเฉลี่ย 5.4 ลูก) อยู่เลย