ข่าวแฮนด์บอล
ดีต่อทีมตัวเอง ถึงจะแพ้ในการชิงถ้วยแต่ชนะในการชิงแต้มคะแนน

ดีต่อทีมตัวเอง ถึงจะแพ้ในการชิงถ้วยแต่ชนะในการชิงแต้มคะแนน

ดีต่อทีมตัวเอง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้

ดีต่อทีมตัวเอง เชื่อว่า ทีมตนได้ความมั่นใจเต็มเปี่ยม หลังเปิดรัง เอติฮัด สเตเดี้ยม ไล่ต้อน ลิเวอร์พูล 4-0 ในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดบิ๊กแมตช์ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ถึงแม้ แมนฯ ซิตี้ ไม่มีอะไรต้องลุ้นในลีก

เนื่องจากตำแหน่งแชมป์ตกเป็นของ ลิเวอร์พูล เรียบร้อย แต่ กวาร์ดิโอล่า มองว่า ชัยชนะนัดนี้มีความสำคัญอย่างมากต่อความมั่นใจ เพราะ “เรือใบสีฟ้า” ยังอยู่บนเส้นทางลุ้นแชมป์ในถ้วย เอฟเอ คัพ และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ขาดอะไรไปสักอย่าง

“แน่นอน มันสำคัญเลยล่ะ” ยอดกุนซือชาวสแปนิชวัย 49 ปี กล่าว “มันอาจจะช่วยเราได้ไม่น้อยสำหรับการเจอกับ อาร์เซน่อล ในเกมรอบรองชนะเลิศ เอฟเอ คัพ (18 ก.ค.) รวมถึงการเจอกับ เรอัล มาดริด ใน แชมเปี้ยนส์ ลีก (รอบ 16 ทีมสุดท้าย เลกสอง ช่วงต้นเดือนสิงหาคม)

เราจำเป็นต้องเล่นให้ได้แบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะถึงเกมเหล่านั้น ฤดูกาลนี้เราได้แชมป์มาแล้วสองรายการ (คอมมิวนิตี้ ชิลด์ และ คาราบาว คัพ) และยังเหลือลุ้นอีกสองรายการ ดังนั้นเราจะต้องพยายามจบฤดูกาลนี้ให้ดีที่สุด”

ดีต่อทีมตัวเอง

ก่อนที่เกมจะเปิดฉากบรรดาแข้ง “เรือใบสีฟ้า”

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือ ต่างยืนเข้าแถวเกียรติยศเพื่อปรบมือต้อนรับ “เดอะ เร้ดส์” ในฐานะแชมป์เก่า แม้จะมีประเด็นดราม่านิดหน่อยกรณีที่ แบร์นาร์โด้ ซิลวา มิดฟิลด์ชาวโปรตุกีส เดินออกจากแถวทั้งๆ ที่แข้ง ลิเวอร์พูล ยังเดินไม่ถึงตัวเขาด้วยซ้ำ

ขณะที่เกมในช่วงแรก ลิเวอร์พูล สร้างสรรค์โอกาสได้หลายครั้ง แต่น่าเสียดายที่ขาดความเฉียบคม ในขณะที่ แมนฯ ซิตี้ เมื่อตั้งลำได้ ก็เล่นตอบโต้ได้อย่างดุเดือด ที่สำคัญแนวรุกเจ้าบ้านสุดโหดจริงๆ โดยเฉพาะสามประสาน ราฮีม สเตอร์ลิง, ฟิล โฟเด้น และ เควิน เดอ บรอยน์ จัดการเล่นงาน แนวรับ “หงส์แดง” จนปั่นป่วนไปหมด

สำหรับ สเตอร์ลิง เกมนี้ถือเป็นแมตช์แห่งความทรงจำเพราะเขาซัดประตูแรกนับตั้งแต่ที่ย้ายออกมาจากแอนฟิลด์ แต่คงเป็นเกมที่ โจ โกเมซ อยากลืม เนื่องจากเขาโดนเล่นงานจนอ่วม ที่สำคัญแชมป์ลีกเกือบแพ้ยับถึง 5-0 ถ้าหากประตูสุดท้ายไม่โดน “วีเออาร์” ริบ เนื่องจาก ริยาด มาห์เรซ ทำแฮนด์บอลไปก่อน ที่จะส่งบอลซุกก้นตาข่าย แฮนด์บอล

ขณะเดียวกันการแพ้ในเกมนี้ทำให้โอกาสที่ ลิเวอร์พูล จะทำลายสถิติ 100 แต้มของ “เรือใบสีฟ้า” ริบหรี่ลงไปด้วย แต่กระนั้นหากมองในแง่บวก อีก 6 แมตช์ที่เหลือ เจอร์เก้น คล็อปป์ อาจจะส่งแข้งสำรอง และดาวรุ่งลงไปสั่งสมประสบการณ์ และยังอาจจะใช้เป็นเกมสำหรับปรีซีซั่นไปในตัวด้วย

ค่ำคืนที่อยากลืมของ โกเมซ

แม้ว่านักเตะลิเวอร์พูล ส่วนใหญ่จะแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าขาดแรงกระตุ้นในการเล่นไปบ้างในแมตช์นี้ แต่หนึ่งในนักเตะทัพ “หงส์แดง” ที่รู้สึกว่าเขามีส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ทำให้ทีมต้องเสียประตูที่แรก กับประตูที่สอง นั่นก็คือ โจ โกเมซ ดูบอลสด

เซนเตอร์แบ็กชาวอังกฤษ มักจะทำผลงานได้ดีเยี่ยมเวลา ที่จับคู่เกมรับกับ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ แต่สำหรับ แมตช์ที่เอติฮัด สเตเดี้ยม โกเมซ ต้องพบกับฝันร้ายที่อยากจะลืมเมื่อเขาโดนเล่นงาน จาก ราฮีม สเตอร์ลิง ที่เล่นงานเขาซะ จนสะบักสะบอมหมดสภาพ กองหลังแชมป์ลีก

จังหวะที่เสียประตูแรก โกเมซ โดนความสามารถเฉพาะตัวของ สเตอร์ลิง เล่นงานจนต้องใช้มือดึงกระชาก และสุดท้ายก็เสียจุดโทษ จากนั้นก็ยังมาเจอทีเด็ดของ เพื่อนร่วมทีมชาติอังกฤษ จัดการลอกหนึ่งจังหวะและซัดประตูลอดขาอีกต่างหาก งานนี้บอกเลยว่า โกเมซ โดนเล่นงานอย่างหนักจนหมดสภาพจริงๆ

สำหรับการคว้าแชมป์ลีกในฤดูกาลนี้ ทัพ “หงส์แดง” อาจจะอยากย้อนกลับมาชมฤดูกาลแห่งความสำเร็จอีกครั้ง แต่สำหรับ ดาวเตะวัย 23 ปี คงไม่อยากย้อนกลับมาชมเกมที่ เอติฮัด สเตเดี้ยม เพราะนี่คือหนึ่งในแมตช์ที่เขาทำผลงานได้ย่ำแย่สุดๆ