ข่าวบอล
เจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ หลุยส์ ฟิโก้ยอดนักเตะที่พิสูจน์ว่าถ้าจะไปถึงระดับโลกต้องเก่งภาษา

เจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ หลุยส์ ฟิโก้ยอดนักเตะที่พิสูจน์ว่าถ้าจะไปถึงระดับโลกต้องเก่งภาษา

เจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ เป็นคนพูดฉลาด คิดก่อนพูด

เจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ มิสเตอร์เจนเทิลแมนสิ่งที่สุดยอดของฟิ โก้อีกอย่าง คือเขาเป็นคนพูดฉลาด คิดก่อน
พูด สิ่งเหล่านี้ทำให้เขากลายเป็นที่รักของทุกสโมสรที่ไปสมัยที่เล่นให้ เรอัล มาดริด (และกลายเป็นศัตรูกับแฟน
บอล บาร์เซโลน่า นับแต่นั้น) เขาเคยถูกสื่อตีข่าวเสมอว่า เมื่อทีมซื้อ เดวิด เบ็คแฮม มา ตัวของฟิ โก้และ
เบ็คแฮม ก็กินเกาเหลากันทันที เพราะมีปัญหาเรื่องการแย่งตำแหน่ง

จากการเป็นปีกขวาเหมือนกัน หนำซ้ำความโดดเด่นก็ต้องยิ่งชิงเหลี่ยมพื้นที่สื่อกันอีกต่างหากปกติเรื่องแบบนี้ไม่
มีมูลหมาไม่คุ้ยฟิ โก้อาจจะผิดใจกับ เบ็คแฮม จริงก็ได้ แต่ความจริงคือทั้ง 2 คนสนิทกันมาก เหตุที่ทำให้ทั้ง
2 คนสนิทกันมีอยู่ 2 อย่าง หนึ่งคือทั้งสองคนเป็นสุภาพบุรุษ และมีความเป็นมืออาชีพ และเหตุผลอีกข้อ
คือพวกเขาสนิทกันเพราะฟิ โก้พูดภาษาอังกฤษได้ จึงเข้ากับ เบ็คแฮม ได้ดีที่สุด

ผมกับเบ็คส์หัวเราะด้วยกันประจำเวลามีข่าวว่าพวกเราไม่ถูกกัน ไม่รู้พวกนั้นเอาอะไรมาเขียน บางครั้งพวกเขา
บรรยายเป็นช่วงเป็นฉาก เหมือนกับมานั่งในห้องแต่งตัวของเราเลยนะฟิ โก้ว่าไว้”ผมน่ะโคตรซี้กับเบ็คแฮม
ตลอด ตั้งแต่ตอนที่เล่นด้วยกันหรือเลิกเล่นฟุตบอลแล้วก็ตาม บางครั้งเวลาเราไปที่ต่างๆ และอยู่เมืองเดียวกัน
เรายังนัดเจอกันด้วยซ้ำไป เบ็คแฮม เป็นคนดี เป็นสุภาพบุรุษ และเราซี้ปึ้ก ผมบอกเลย

เรื่องเล่าเกี่ยวกับภาษาของฟิ โก้ยังไม่จบแค่นี้ เมื่อครั้งที่เขาไปค้าแข้งกับ อินเตอร์ มิลาน ในช่วงบั้นปลาย
อาชีพค้าแข้ง ว่ากันว่าเขาสามารถพูดภาษาอิตาลีได้อย่างรวดเร็ว และเขาไปซ้อมแบบไม่ต้องใช้ล่าม เขาทัก
ทายทุกๆคนด้วยภาษาท้องถิ่น และสตาฟฟ์ทุกคนเล่าเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่เคยมีนักเตะต่างชาติคนไหนที่
เป็นคนดีเท่ากับฟิ โก้อีกแล้วฟิ โก้คืออันดับ 1

เจ้าของรางวัลบัลลงดอร์

เลยสำหรับในฐานะนักฟุตบอล และโดยเฉพาะคนคนหนึ่ง” อัปเปียโน่ เจนติเล่ อดีตสตาฟฟ์ของ อินเตอร์
กล่าว “เขาคือคนที่มาถึงสนามซ้อมก่อนใคร และการฝึกซ้อมของเขาก็จริงจังสุดๆ ทุกๆเช้าที่มาถึง เขาจะ
ทักทายสตาฟฟ์ทุกคนอย่างเป็นกันเอง ถ้าเขาเห็นใครกินข้าว เขาก็จะพูดว่า (ภาษาอิตาลีแปลว่า กินให้
อร่อยนะ) ผมล่ะหวังจริงๆว่า อินเตอร์

น่าจะมีผู้เล่นอย่างฟิ โก้สัก 4-5 คน” อัปเปียโน่ กล่าวตลอดช่วงเวลาชีวิตค้าแข้งฟิ โก้คว้าแชมป์อะไร
มากมาย ทั้งรางวัลส่วนตัวและรางวัลกับสโมสร ล้วนมีเหตุผลถึงความยิ่งใหญ่ในฐานะคน หนึ่งของเขา ผู้
เล่นสุดยอดอย่าง ซีเนดีน ซีดาน, เบ็คแฮม, โรแบร์โต้ คาร์ลอส และ โรนัลโด้ ต่างก็ยังพูดเป็นเสียง
เดียวกันว่าฟิ โก้เป็นคนที่ดีจริงๆ และแทบไม่เคยผิดใจหรือมีปัญหากับใคร

สาเหตุที่ทำให้เขาคุยกับทุกคนรู้เรื่อง ไม่ต้องแปลกใจเลยว่ามาจากทักษะทางการสื่อสารที่ยอดเยี่ยม เขา
ไปที่ไหน เขาหัดพูดภาษานั้น ไม่ว่าจะวันที่เขาเป็นแค่นักเตะดาวรุ่ง หรือเป็นสตาร์ที่กำลังทำเงิน เขาได้
ใจผู้คนรอบข้างเสมอ.. ไม่ว่าที่ไหนก็ต้องการนักเตะเช่นนี้ และนั่นคือเหตุผลที่ว่า ทำไมภาษาจึงเป็นเรื่อง
สำคัญสำหรับนักกีฬาที่กำลังจะไปถึงระดับโลกอย่างแท้จริงหลุยส์ฟิ โก้ ดูบอลสด

คือนักฟุตบอลที่เก่งตั้งแต่ยังเด็ก เขาคือดาวเด่นของ สปอร์ติ้ง ลิสบอน ทีมดังของโปรตุเกส

ขึ้นมาเล่นชุดใหญ่ตั้งแต่อายุ 17 ปี ยุคนั้นในปี 1992 สปอร์ติ้ง จ้างเฮดโค้ชชาวอังกฤษอย่าง บ็อบบี้
ร็อบ สันเข้ามาคุมทีม และทีมก็รู้ดีว่า “ปู่บ็อบ” มีทักษะทางภาษาโปรตุกีสที่ยังไม่ค่อยดีนัก จึงมีการเลือก
เอา โชเซ่ มูรินโญ่ บัณฑิตจากคณะพลศึกษาที่เพิ่งจบใหม่ๆ มนุษย์ที่พูดสื่อสารได้ 6 ภาษา เข้ามาเป็น
ล่ามให้ร็อบ สันณ ตอนนั้น หลุยส์ฟิ โก้เล่าว่า เขารู้สึกว่าตนเองจะมีแต้มต่อเหนือนักเตะคนอื่นๆ

หากสามารถพูดได้หลากหลายภาษา โดยเฉพาะตอนนี้ ภาษาอังกฤษถือเป็นภาษาสำคัญของเขา เพราะ
เฮดโค้ชของเขาต้องการใครสักคนที่ฟังกันรู้เรื่อง และถ้าฟิ โก้เป็นคนนั้น เขาก็จะได้รับความไว้วางใจมาก
เป็นพิเศษอย่างไม่ต้องสงสัย ว่ากันว่าเขาเป็นนักเตะโปรตุกีสไม่กี่คนที่พูดภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว
และถูกไวยากรณ์ “คุณไม่เคยเล่นพรีเมียร์ลีกหรือในอังกฤษเลยสักครั้ง

ทำไมคุณถึงมีภาษาอังกฤษดีขนาดนั้น? พ่อแม่คุณให้คุณเรียนพิเศษหรือเปล่า? หรืออะไรทำให้คุณเก่ง
ภาษาขนาดนั้น?” โทนี่ สตีเวนส์ แฟนบอลชาวสก็อตแลนด์ ถามกับฟิ โก้อย่างสงสัยในช่วงที่เปิด
โอกาสถาม-ตอบ กับแฟนๆ ซึ่งฟิ โก้ตอบว่า”ชาวโปรตุเกสถือเป็นคนที่มีทักษะทางภาษาโดยธรรมชาติ
ผมเองก็น่าจะเป็นหนึ่งในนั้นด้วย เจ้าของรางวัลบัลลงดอร์

ผมว่าผมเรียนรู้ภาษาใหม่ๆเก่งอยู่นะ ตอนผมอยู่โรงเรียน ผมไม่เก่งหรอกนะ แต่ชีวิตค้าแข้งผมนี่แหละที่
สอนให้ผมต้องปรับปรุงเรื่องภาษาฟิ โก้ปรับตัวเข้าหาร็อบ สันเอง เขาหัดพูดภาษาอังกฤษจนกลาย
เป็นนักเตะคนสนิทของ บ็อบบี้ ร็อบ สันและอีกเหตุผลหนึ่งคือ เขาต้องการฝึกภาษา เพราะรู้ว่าชีวิตค้า
แข้งของตัวเองจะไม่จบแค่ในประเทศโปรตุเกสแน่นอน “บ็อบบี้ร็อบ สันเป็นชาวต่างชาติ

เจ้าของรางวัลบัลลงดอร์

และบางครั้งมันยากสำหรับเขาที่จะต้องจำคำบางคำหรือผู้เล่นบางคนฟิ โก้พูดถึงร็อบ สันในวันนั้นเมื่อ
นานมาแล้ว สิ่งที่ฟิ โก้คิดเป็นจริง เขาเล่นในโปรตุเกสได้ถึงปี 1995 ก็ได้ย้ายไป บาร์เซโลน่า ก่อนที่
หลังจากนั้น 1 ปี บ็อบบี้ร็อบ สันก็ตามมาคุมทีมใหม่ เมื่อนั้นเขาก็กลายเป็นนักเตะคู่ใจที่ เซอร์ บ็อบบี้
ใช้งานอย่างต่อเนื่อง และเป็นตัวหลักของ บาร์เซโลน่า เจ้าของรางวัลบัลลงดอร์

มาตลอดยุคสมัยนั้นมันไม่ใช่เรื่องที่พูดกันเล่นๆว่าฟิ โก้สามารถพูดอังกฤษได้คล่องมาก สิ่งหนึ่งที่ยืนยัน
ได้ คือเขาจีบ เฮเลน สเวดิน ภรรยาของเขาที่เป็นนางแบบชาวสวีเดนด้วยภาษาอังกฤษ จนได้แต่งงาน
กัน.. ซึ่งเรื่องนี้ฟิ โก้เล่าให้ฟังประจำว่า การจะหาเมีย ถือเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ทักษะทางภาษาของ
เขาคล่องแคล่ว “ตอนอยู่ บาร์เซโลน่า ผมเก่งภาษาขึ้นเยอะเลยนะ นอกจากกับ เซอร์ บ็อบบี้ แล้ว

ผมจะต้องเรียนเพิ่มเพื่อหลอกล่อภรรยาของผมที่เป็นคนสวีเดน (หัวเราะ) ผมคิดว่านั่นเป็นช่วงเวลาสำคัญ
เลยนะ ผมไม่เคยได้เรียนภาษาอังกฤษในห้องเรียนกับเขาหรอก แต่ผมหัดพูดแล้วก็เข้าคอร์สเรียนภาษ
อังกฤษเพื่อธุรกิจโดยเฉพาะฟิ โก้เล่าถึงเบื้องหลัง เพราะนอกจากจะได้เมียแล้ว เขายังมีธุรกิจเปิดร้าน

อาหารญี่ปุ่นกับภรรยาของเขาด้วย การได้ใช้ภาษาทุกวันคือการเรียนรู้ที่ดีที่สุด นี่คือเรื่องจริงอย่างไม่ต้อง
สงสัยหลุยส์ฟิ โก้ใช้ภาษาอังกฤษกับโค้ช กับภรรยา และใช้ในการทำธุรกิจ เท่านี้ภาษาของเขาก็
คล่องปร๋อ โดยไม่ต้องรอใช้ล่ามอีกเลย ชีวิตหลังแขวนสตั๊ด แฮนด์บอล