ข่าวบอลพรีเมียร์ลีก
ตามแปดหัวข้อ เกมหงแดงบุกกระซวกตีไปยับเยินแบบโหดเหี้ยมกับพาเลซ

ตามแปดหัวข้อ เกมหงแดงบุกกระซวกตีไปยับเยินแบบโหดเหี้ยมกับพาเลซ

ตามแปดหัวข้อ นับว่าเป็นสกอร์ที่ออกมากินขาด รวมทั้งเป็นงานที่ง่ายมากเกินคาดสำหรับกลุ่มแชมป์เก่า 

ตามแปดหัวข้อ หงส์แดง ที่เกม พรีเมียร์ลีก นัดหมายปัจจุบัน บุกไปกระซวก คริสตัล พาเลซ แบบไม่มียั้งด้วยสกอร์ 7-0 ซึ่งจากแมตช์นี้มีเรื่องดีๆมากมายก่ายกองสำหรับ หงแดง และก็นี่เป็น ตามแปดหัวข้อ ที่น่าดึงดูดย้ำๆ

  • ชัยชนะที่รอคอยสำหรับแชมป์เก่า

เว้นเสียแต่เป็นชัยสุดสำคัญที่ทำให้ รับประกันตำแหน่งผู้นำฝูงในสุดสัปดาห์นี้แล้ว ยังนับว่าเป็นชัยที่รอสำหรับกลุ่มของผู้จัดการทีม เจอร์เก้น คล็อปป์ อีกด้วย เพราะอย่างที่ทราบๆกันว่า ฤดูกาลนี้ ส่งผลงานเกมเยี่ยมในศึก พรีเมียร์ลีก ไม่ค่อยดีเลย ชนะแค่นัดแรกเพียงแค่นั้น (บุกสอย เชลซี 2-0 ช่วงวันที่ 20 เดือนกันยายน)

แต่ว่าหลังจากนั้นชนะใครไม่เป็นมา 5 เกมติด (เสมอ 4 แพ้ 1) โดยเหตุนั้นการบุกมาเก็บสามแต้มที่ เซลเฮิร์สท์ พาร์ค ครั้งนี้ ถือเป็นการกลับมาคว้าชัยเกมเยี่ยมได้อีกรอบ ภายหลังที่ห่างหายไปนานร่วม 3 เดือน แถมเป็นชัยแบบสุดยอดเยี่ยมด้วย กลับมาคว้าชัย

  • ประตูได้-เสียดีกว่าทุกทีมแล้วนะ

หงส์แดง ออกตัวฤดูกาลด้วยการคว้าชัยรวด 3 เกมแรก พร้อมทั้งส่งผลต่างประตูได้-เสียแบบงามๆที่ +5 แต่ว่าภายหลังบุกไปปราชัย แอสตัน วิลล่า แบบล็อกกระหน่ำด้วยสกอร์ 2-7 ทำให้ผลต่างประตูได้-เสียกลับมาเป็น 0 ขณะที่กลุ่มอย่าง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์, เชลซี แล้วก็ เลสเตอร์ สิตี้ กลับเดินหน้าทำแต้มอย่างเมามันส์

จน หงส์แดง ดูด้อยกว่าสหายในเรื่องของประตูได้และประตูเสีย ถึงแม้ว่าจะยังคงอยู่ในกรุ๊ปบนตารางก็ตาม แต่ว่า ล่าสุดหลังจากที่กด ไป 7 เม็ด ทำให้เวลานี้ “ลิเวอร์พูล” แซง สเปอร์ส ขึ้นมาเป็นทีมที่ส่งผลต่างประตูได้-เสียดีสุดในลีกเรียบร้อยที่ +17

ตามแปดหัวข้อ

  • จริงๆ เกมอาจไม่ขาดแบบนี้

ถ้าหากใครกันแน่ได้ดูเกมจะมองเห็นได้ว่า หากแม้ ขึ้นนำ 1-0 เร็วตั้งแต่นาทีที่ 3 แม้กระนั้นหลังจากนั้น เล่นได้ดิบได้ดีมาก โดยเฉพาะตอนกึ่งกลางครึ่งแรกที่มีลุ้นเสียวๆหลายครา เน้นย้ำๆเลยเป็นตอนนาทีที่ 23 ที่ จอร์แดน อายิว มีโอกาสได้พาบอลคนเดียวๆเข้ากรอบจุดโทษ (ฟาบินโญ่ ดันเสียท่าลื่นล้ม) และก็ผ่านบอลเข้ากลางแบบย้ำๆแต่ว่าบอลดันย้อนไป วิลฟรีด ซาฮา ที่วิ่งมาโล่งๆอย่างโชคร้าย

ซึ่งนี่นับว่าเป็นโอกาสที่ดีเยี่ยมๆสำหรับ ในการลุ้นทำประตูตีเสมอ ด้วยเหตุว่าหากทำเป็น เกมคงผิดแผกแตกต่างออกไป รวมทั้งอย่างที่ทราบๆกัน หลังจากนั้นพอเพียง “ลิเวอร์พูล” เริ่มรู้สึกตัว พวกเขามาได้ประตู 2-0 จาก ซาดิโอ มาเน่ นาทีที่ 35 ต่อด้วย 3-0 ในนาทีที่ 44 จาก โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ทำเอาจากที่ยังได้ลุ้น เปลี่ยนเป็นเกมขาดตั้งแต่จบครึ่งแรกซะงั้น

  • มินามิโนะ & เฮนเดอร์สัน ปลดล็อค

ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา ทาคุมิ มินามิโนะ ตัวรุกจอมพลิ้วทีมชาติประเทศญี่ปุ่น ทำประตูให้ ไปแล้ว 3 ลูก นับจากย้ายมาจาก เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก ตอนกลางฤดูกาลที่แล้ว แต่ว่าในเกม พรีเมียร์ลีก นั้น เจ้าตัวยังลั่นสกอร์มิได้เลย จนกว่ามาถึงเกมนี้ (เกมที่ 18 ในลีก) ที่เจ้าตัวเปิดซิงประตูแรกเกมลีกภายใต้ยูนิฟอร์ม ได้เสร็จ

ซึ่งเรียกความมั่นใจให้กับ จอมบุกเลือดซามูไรวัย 25 ปี ได้ไม่น้อยเลยทีเดียว เวลาที่ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน มิดฟิลด์กัปตันทีมคนเก่ง ก็เบิกสกอร์แรกในช่วงฤดูกาลนี้ให้กับตนเองได้เสร็จ (นัดที่ 16) ด้วยลูกยิงสุดงามเป็นประตู 4-0 ในนาทีที่ 52

ตามแปดหัวข้อ

  • ความบังเอิญของ มินามิโนะ

นับว่าเป็นเกร็ดนิดๆหน่อยๆที่น่าดึงดูดเกี่ยวกับความบังเอิญของ มินามิโนะ เนื่องจากเจ้าตัวเซ็นสัญญากับ หงส์แดง ตอนวันที่ 19 ธันวาคม 2019 จากนั้น 1 ปีเต็มๆพอดี เจ้าตัวก็มาทำแต้มแรกในศึก พรีเมียร์ลีก ได้เสร็จ แฮนด์บอล

  • ประตูเริ่มมาเรื่อยๆ สำหรับ “บ็อบบี้”

ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ถูกคิดว่าเป็นกองหน้าที่ทำแต้มไม่ค่อยเป็น จนถึงถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก แม้กระนั้นดูเหมือน ช่วงนี้จิตวิญญาณที่จอมเพชฌฆาตได้กลับมาสิงร่าง ฟีร์มีโน่ อีกที เพราะจากที่ไม่มีสกอร์มา 6 เกมติด เปลี่ยนเป็นว่า 2 เกมปัจจุบัน เจ้าตัวกระทุ้งไปแล้ว 3 ตุง

ซึ่งมันก็คือ 2 ตุงจากเกมนี้ รวมทั้งลูกกระแทกประตูชัย 2-1 ในนาทีท้ายที่สุด เกมเปิดบ้านเฉือน ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 2-1 เมื่อวันพุธ ซึ่งเหล่าสาวก “เดอะ ค็อป” ก็คงคาดหวังที่จะมองเห็น “บ็อบบี้” ทำคะแนนได้อีกเรื่อยโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ในเวลานี้ ดิโอโก้ โชต้า กำลังเจอปัญหาเจ็บโจมตี ดูบอลสด